Lazada Flash Sale

โปรฟ้าผ่า!! รับซัมเมอร์

ลดแรงกว่า 90%* ช้อปเลย »

นกปรอดหัวโขน, นกกงหัวจุก, นกพิชหลิว, นกปรอดหัวโขนเคราแดง กินอะไร อาหาร.

เนื้อหาข้อมูล นกปรอดหัวโขน

นกปรอดหัวโขน คืออะไร?

นกปรอดหัวโขน คือสัตว์ปีกจำพวกนกชนิดหนึ่งในกลุ่มนกประจำถิ่น ซึ่งดำรงชีวิตอาศัยอยู่ตามธรรมชาติในประเทศไทย มีสถานภาพทางกฎหมาย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของไทย

นกปรอดหัวโขนเป็นสัตว์มีแกนสันหลังซึ่งอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง โดยอยู่ในจำพวกสัตว์จำพวกนก ซึ่งสัตว์จำพวกนี้เป็นสัตว์เลือดอุ่น หายใจโดยใช้ปอด มีจะงอยปากแข็ง ฟันลดรูป กระดูกทั่วร่างกายเป็นโพรง ซึ่งทำให้มีน้ำหนักเบา ขาคู่หน้าพัฒนาไปเป็นปีก มีปีก 1 คู่ มีขา 1 คู่ มีรูปร่างเพรียวปกคลุมด้วยขน มีขนเป็นแผง มีเกล็ดที่ขาและนิ้วเท้า ทำรังวางไข่บนบก ไข่มีเปลือกแข็งหุ้ม

ชื่อไทย, ชื่อพื้นเมือง (ชื่อท้องถิ่น)

นกชนิดนี้ นอกจากมีชื่อไทยว่า 'นกปรอดหัวโขน' แล้วยังมีชื่ออื่นที่เป็นชื่อพื้นเมือง (vernacular name) หรือ ชื่อท้องถิ่น (local name) ซึ่งเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นอีก เช่น นกกงหัวจุก, นกปรอดหัวโขนเคราแดง, นกพิชหลิว เป็นต้น.

อุปนิสัยและถิ่นอาศัย

นกปรอดหัวโขน Pycnonotus jocosus (ภาษาอังกฤษ Red-whiskered Bulbul)

นกปรอดหัวโขน; photo by Charles J. Sharp.

นกปรอดหัวโขน เป็นนกที่พบตามทุ่งโล่ง ป่ารุ่น สวนผลไม้ และบริเวณ ต่างๆที่ใกล้บ้านเรือน ตั้งแต่พื้นราบจนกระทั่งความสูง 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปกติ พบเป็นคู่ แต่ก็อาจจะพบเป็นฝูงในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ อาจจะพบร่วมกับนกปรอดอื่นๆ หากินตามกิ่งก้าน และตามยอดไม้ บางครั้งก็พบลงมายังพื้นดิน

รายละเอียดเพิ่มเติม

กินอะไรเป็นอาหาร

อาหารของนกปรอดหัวโขน อาหารได้แก่ผลไม้ ตัวหนอน และแมลงต่างๆ สำหรับผลไม้ที่มีขนาดเล็กเช่น ไทร หว้า ตะขบ จะใช้ปากเด็ดผลไม้ออกจาก ขั้วแล้วกลืนกินทั้งผล หากเป็นผลไม้ขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะกลืนกินทั้งผลได้เช่น ชมพู่กล้วย มะละกอ มะม่วง จะใช้ปากจิกกินผลสุกที่ยังติดกับขั้วอยู่ โดยจิกกินที่ละชิ้น อาหารที่เป็น แมลงและตัวหนอนจะจิกกินตามกิ่งไม้ หรือยอดไม้ บางครั้งก็โฉบจับแมลงกลางอากาศใกล้ๆ กับที่เกาะ

ชื่อสามัญ (ภาษาอังกฤษ)

ชื่อสามัญ (Common name) ของ นกปรอดหัวโขน ภาษาอังกฤษ ว่า Red-whiskered Bulbul และมีชื่ออื่น ๆ (Other name) อีก เช่น Crested Bulbul.

ชื่อวิทยาศาสตร์

นกปรอดหัวโขน ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Pycnonotus jocosus (Linnaeus, 1758) เป็นนกในสกุล Pycnonotus โดยอยู่ในวงศ์นกปรอด (Pycnonotidae) ซึ่งนกในวงศ์นี้อยู่ในอันดับนกจับคอน (Passeriformes)

ชื่อพ้อง (Synonyms)

  • Lanius jocosus Linnaeus, 1758

ความหมายของชื่อและการค้นพบ

ชนิดเป็นคำที่มาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ iocosus แปลว่ารื่นเริง สนุกสนาน ตลกขบขัน ความหมายก็คือ "นกที่ไม่ชอบอยู่นิ่งกับที่ หรือ นกที่มีแก้มสีแดงคล้ายกับตัวตลก" เป็นชนิดที่ พบครั้งแรกในประเทศจีน

ทั่วโลกมีนกปรอดหัวโขน 9 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบ 2 ชนิดย่อย คือ

  • Pycnonotus jocosus pattani Deignan ชื่อชนิดย่อยเป็นคำที่มาจากชื่อสถานที่คือ จังหวัดปัตตานี ทางภาคใต้ตอนใต้ของประเทศไทย ซึ่งพบชนิดย่อยนี้เป็นครั้งแรก
  • Pycnonotus jocosus emeria (Linnaeus) ชื่อชนิดย่อยเป็นคำที่มาจากรากศัพท์ภาษากรีกคือ emer,-o แปลว่า สัตว์เลี้ยง หรือ ทำให้เชื่อง ความหมายก็คือ "นกที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง" เป็นชนิดที่พบครั้ง แรกที่รัฐเบงกอล ประเทศอินเดีย

อนุกรมวิธาน (Taxonomy)

ลักษณะทั่วไป

นกปรอดหัวโขน มีลักษณะ เป็นนกที่มีขนาดเล็ก (20 ซม.) ตัวเต็มวัยแตกต่างจากนกปรอดหัวสี เขม่า โดยมีหงอนขนสีดำเป็นพุ่มบนหัว มีลายแถบสีแดงใต้ตา แก้มสีขาว และลายแถบสีดำใต้ แก้ม ไม่มีลายพาดสีจางบริเวณขนคลุมโคนขนหางด้านบน ขนหางคู่นอกมีลายแถบสีขาว ตอนปลาย คอหอยสีขาว อกด้านข้างมีลายแถบสีน้ำตาล ขนคลุมโคนขนหางด้านล่างสีแดง ตัวไม่เต็มวัยไม่มีลายแถบสีแดงใต้ตา ขนคลุมโคนขนหางด้านล่างสีชมพู

เสียงร้อง นกปรอดหัวโขน

เสียงร้องของนกปรอดหัวโขน เป็นนกที่มีเสียงร้องที่ไพเราะ โดยจะออกเป็นเสียง "วิด-ติ-วีด" หรืออาจจะฟังเป็นเสียง "พิช-หลิว" โดยร้องซ้ำๆกัน จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากชนิดหนึ่ง และ มีการประกวดเสียงร้องของนกชนิดนี้เสมอ โดยเฉพาะทางภาคใต้ของประเทศไทย

การสืบพันธุ์

การสืบพันธุ์ของนกปรอดหัวโขน ผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนตลอดจนถึงฤดูฝน หรือ ระหว่างเดือนมีนาคม-กรกฎาคม แต่ก็อาจจะพบได้เกือบตลอดทั้งปี รังเป็นรูปถ้วยเล็กๆ ประกอบด้วยกิ่งไม้ขนาดเล็ก ใบไม้แห้ง ต้นหญ้า และใบหญ้า อาจจะเชื่อมวัสดุให้ติดกันด้วย ใยแมงมุม โดยเฉพาะทางขอบนอกของรัง

มักสร้างรังตามพุ่มไม้เตี้ยๆ ไม่สูงจากพื้นดินมาก นัก แต่บางครั้งก็ทำรังตามต้นไม้ขนาดกลาง-ใหญ่ โดยวางรังตามง่ามของต้นไม้ดังกล่าวทั้ง 2 เพศช่วยกันสร้างรัง โดยจะใช้เวลารวดเร็วมาก หรือประมาณ 4 วันจากนั้นก็เริ่มวางไข่ฟองแรก จากนั้นก็จะเสริมสร้างรังเรื่อยๆเพื่อให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

นกตัวเมียจะวางไข่ทุกๆ 24 ชั่วโมง ปกติจะวางไข่ในตอนเช้าตรู่ ในแต่ละรังมีไข่ 2-3 ฟอง ไข่สีชมพู มีลายจุด ลายขีด และลาย ดอกดวงสีม่วง สีแดง และสีน้ำตาลแกมแดง โดยเฉพาะบริเวณรอบไข่ด้านป้าน ขนาดของไข่ โดยเฉลี่ย 16.2 x 22.2 มม. ทั้ง 2 เพศช่วยกันฟักไข่ โดยใช้เวลาฟักไข่ทั้งสิ้น 12-14 วัน และ ช่วยกันเลี้ยงดูลูกอ่อน

ซึ่งเมื่อออกมาจากไข่ใหม่ๆ ไม่มีขนคลุมร่างกาย ยังช่วยเหลือตนเอง ไม่ได้ พ่อแม่ช่วยกันกก และหาอาหารมาป้อน อายุประมาณ 14-16 วันจะเริ่มบินได้ จากนั้นก็ ทิ้งรังไป แต่ยังคงอาศัยร่วมกับพ่อแม่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง และแยกจากพ่อแม่ออกไปหากินเองในที่สุด

การแพร่กระจาย

การแพร่กระจายของนกปรอดหัวโขน มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย เกาะอันดามัน เกาะนิโค บาร์ และจีนตอนใต้ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบทั่วไป ในประเทศไทย พบชนิดย่อย pattani พบได้ทั่วประเทศ ยกเว้นภาคตะวันตก และชนิดย่อย emeria พบในภาคตะวันตก

สถานภาพ

นกปรอดหัวโขน มีสถานภาพตามฤดูกาล (Seasonal status) เป็น นกประจำถิ่น พบได้บ่อยและปริมาณมาก มีสถานภาพทางกฎหมาย (Legal status) เป็น สัตว์ป่าคุ้มครอง และมีสถานภาพการอนุรักษ์ (Conservation status) เป็น กลุ่มที่เป็นกังวลน้อยที่สุด (Least concern)

ที่มา : กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า, สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.

รายละเอียดเพิ่มเติม