เริ่มแล้ว!!

LAZADA PAYDAY

ดีลสุดปัง วันเงินเดือนออก

25-31 พฤษภาคม 2567

ลดแรงกว่า 90%* ช้อปเลย »

นกกระทาทุ่ง. ชื่อสามัญ, อุปนิสัย, ถิ่นอาศัย กินอะไร? อาหาร ชื่อวิทยาศาสตร์ ลักษณะ.

เนื้อหาข้อมูล"นกกระทาทุ่ง"

นกกระทาทุ่ง คืออะไร

นกกระทาทุ่ง จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ปีก มีชื่อสามัญ (common name) ภาษาอังกฤษ ว่า Chinese Francolin, Burmese Francolin, Francolin.

นกกระทาทุ่ง กินอะไร

นกกระทาทุ่ง Francolinus pintadeanus

นกกระทาทุ่ง Francolinus pintadeanus; ภาพโดย bambusabird.

นกกระทาทุ่ง กินเมล็ดพืชต่างๆ เป็นอาหารเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเมล็ดไผ่ (ขุยไผ่) เมล็ด หญ้าต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังกินแมลง ตัวหนอน ไส้เดือน และสัตว์ขนาดเล็กต่างๆ ที่อยู่ใต้ดิน ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการคุ้ยเขี่ยเช่นเดียวกับไก่จากนั้นจึงใช้ปากจิกกิน บางครั้งก็เดินไล่จิกแมลง ตามพื้นดินหรือตามใบหญ้าต่างๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม

ชื่อวิทยาศาสตร์

นกกระทาทุ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Francolinus pintadeanus (Scopoli, 1786) อยู่ในสกุล Francolinus วงศ์ Phasianidae

ที่มา/การค้นพบ

นกกระทาทุ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Francolinus pintadeanus คำระบุชนิด "pintadeanus" เป็นคำที่มาจากรากศัพท์ดังนี้ pintade เป็นรากศัพท์ภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ไก่ชนิดหนึ่ง หรือ pintado เป็นรากศัพท์ภาษาโปรตุเกส แปลว่า เป็นจุด -anus เป็นรากศัพท์ภาษาละติน แปลว่าสัมพันธ์กับ ความหมายของชื่อชนิดก็คือ "ไก่ชนิดหนึ่ง หรือ นกที่(ท้อง)มีลายจุด" เป็น ชนิดที่พบครั้งแรกในประเทศจีน นกกระทาทุ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชื่อพ้องว่า Francolinus boineti ชื่อชนิดเป็นคำที่ดัดแปลงมาจากชื่อของบุคคล

อนุกรมวิธาน (Taxonomy)

  • อาณาจักร (Kingdom) : Animalia
  • ไฟลัม (Phylum) : Chordata
  • ซับไฟลัม (Subphylum) : Vertebrata
  • ชั้น (Class) : Aves
  • ลำดับ (Order) : Galliformes
  • วงศ์ (Family) : Phasianidae
  • สกุล (Genus) : Francolinus

การกระจายพันธุ์

การกระจายพันธุ์ของนกกระทาทุ่ง มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย จนถึงจีนตอนใต้ ไหหลำ และมีผู้นำเข้าไปในเกาะมาดากัสกา และฟิลิปปินส์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบทั่วไป นก กระทาทุ่งทั่วโลกมี 2 ชนิดย่อย พบในประเทศไทยชนิดย่อยเดียวคือ Francolinus pintadeanus phayrei (Blyth) ชื่อชนิดย่อยดัดแปลงมาจากชื่อของบุคคลคือ Sir Arthur Purves Phayre (1812-1885) ชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นข้าหลวงคนแรกประจำประเทศพม่า พบชนิดย่อยนี้ครั้งแรกที่ Arrakan (Arakan) ทางตอนใต้ของประเทศพม่า

ลักษณะทั่วไป

นกกระทาทุ่ง มีลักษณะเป็นนกที่มีขนาดเล็ก-กลาง (32-33 ซม.) ปากสีดำ ลักษณะอ้วน สั้น คอค่อนข้างสั้น ปีกกว้าง ปลายปีกบน หางสั้น ลำตัวอ้วน ขาค่อนข้างสั้น ขาและนิ้วสีเหลือง ตัวผู้และตัวเมียลักษณะและสีสันแตกต่างกันเล็กน้อย ตัวผู้บริเวณคอหอยและคางสีขาว มีขีดสีดำคั่นระหว่างบริเวณทั้งสอง บริเวณอก คอ ท้องตอนหน้า และ ช่วงไหล่สีดำ โดยมีลายจุด ขนาดใหญ่สีขาวกระจายอยู่ทั่วๆ ไป

โคนปีก ตะโพก และขนคลุมโคนขนหางด้านล่างสี น้ำตาลแดง หางสีดำ และบริเวณดังกล่าวจะมีลายแถบเล็กๆสีขาว หรือน้ำตาลอ่อนตลอดตัว เมียลักษณะและสีสันคล้ายคลึงกับตัวผู้มีขีดคั่นระหว่างคอหอยกับคางเป็นสีน้ำตาล คอด้านบนและช่วงไหล่สีดำมีลายแถบสีน้ำตาล ตะโพก ขนคลุมโคนขนหางด้านบน และหางมี ลายขวางขนาดกว้าง สีดำสลับกับลายขวางแคบๆสีน้ำตาล ด้านล่างลำตัวสีน้ำตาล มีลายขวาง หรือแถบสีดำตลอดตั้งแต่คอ อกและท้อง ตัวผู้ที่โตเต็มที่จะมีเดือย ส่วนตัวเมียจะไม่มีเดือยแต่ประการใด

อุปนิสัยและการกินอาหาร

อุปนิสัยของนกกระทาทุ่ง เป็นนกที่มีกิจกรรมต่างๆและหากินในตอนกลางวัน โดยเฉพาะในตอนเช้าและตอนบ่าย เป็นนกที่อาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า และป่าโปร่ง อันได้แก่ป่า เต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าไผ่ต่างๆ ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล

พบโดดเดี่ยว หรือเป็นครอบครัว ปกติจะเดินอยู่ตามพื้นดินซึ่งมีหญ้า หรือวัชพืชต่างๆ ปกคลุมอย่างหนาแน่น ทําให้มองเห็นตัวได้ยาก เป็นนกที่ตกใจง่ายมาก เวลาตกใจ หรือมีศัตรูจะบินหนีไปในระยะทางที่ไกลพอสมควร แต่บินในระดับที่ไม่สูงมากนัก ปกติเรี่ยๆยอดหญ้า จากนั้นจะไปหลบอยู่ตามพงหญ้าอีก

ในช่วงฤดูผสมพันธุ์จะได้ยินร้องหรือขันเกือบตลอดทั้งวัน แต่ส่วนใหญ่จะร้องในตอนเช้าและบ่าย การร้องหรือขันแต่ละครั้งมักจะเป็น 4 จังหวะ คือ "ตะ -ต๊าก -ตะ-ตา" จะร้องติดต่อกันและหยุดชั่วระยะหนึ่ง ประมาณ 40-70 วินาที แล้วจะร้อง หรือขันต่อไปอีก ในขณะที่ตัวใดตัวหนึ่งร้อง ถ้ามีตัวอื่นๆ ก็จะร้องตอบ นกก็จะร้องถี่ขึ้น แต่หากไม่มีตัวอื่นๆ ร้องตอบจะทิ้งช่วงในการร้องแต่ละครั้งนาน นกตัวผู้เท่านั้นที่ร้องหรือขันดังกล่าว เป็นการร้องหรือขันซึ่งเป็นการป้องกันอาณาเขตและร้องเพื่อดึงดูดตัวเมีย ขณะที่ร้อง มักจะเกาะตามกิ่งไม้ มักจะไม่ร้องเมื่อเดินอยู่ตามพื้นดิน

การผสมพันธุ์ ช่วงเดือนไหน?

นกกระทาทุ่ง ผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนต่อฤดูฝน หรือระหว่างเดือน มีนาคม-กรกฎาคม ซึ่งในช่วงดังกล่าวจะได้ยินเสียงนกกระทาทุ่งร้องหรือขันเกือบตลอดเวลา ในขณะที่ช่วงอื่นๆมักจะไม่ได้ยินเสียงร้องแต่อย่างใด ทำรังตามกอหญ้า โดยใช้ต้นและใบ หญ้าแห้ง เศษใบไม้แห้งและขนนก มาวางซ้อนทับกันบริเวณกอหญ้าซึ่งแหวกให้กว้างขึ้น ส่วนยอดหญ้าจะโค้งเข้ามายึดงไว้ ทำให้มองเห็นรังได้ค่อนข้างยาก ขนาดของรังโดยทั่วไปมี เส้นผ่าศูนย์กลางขอบนอก 12-15 ซม. ลึก 3-5 ซม. เฉพาะตัวเมียตัวเดียวที่หาวัสดุและก่อสร้างรัง ตัวผู้มักจะจับคู่กับตัวเมียหลายตัวในช่วงฤดูผสมพันธุ์หนึ่งๆ

ไข่มีลักษณะเป็นรูปไข่ สีขาวอมเหลือง หรือสีเนื้อ ไม่มีจุดหรือลายใดๆ ขนาดโดยเฉลี่ย 29.6 x 37.8 มม. ในแต่ละรังมีไข่ 3-6 ฟอง โดยพบ 4 ฟองมากที่สุด ตัวเมียตัวเดียวที่ฟักไข่ โดยเริ่ม ฟิกเมื่อออกไข่ฟองสุดท้ายแล้ว ระยะเวลาฟักไข่ทั้งสิ้น 20-22 วัน นกกระทาทุ่งเป็นนกที่ตกใจ ง่ายดังกล่าวแล้ว หากมีศัตรูหรือสิ่งรบกวนไข่หรือบริเวณรัง นกจะทิ้งรังทันที แล้วไปสร้างรัง และวางไข่ใหม่ แม้รังเดิมจะออกไข่ครบรังแล้วก็ตาม

ลูกนกกระทาทุ่ง จะออกจากไข่เองโดยใช้ฟันเจาะเปลือกไข่ ออกมาใหม่ๆ จะมีขนอุยปกคลุม ลำตัวเป็นสีน้ำตาล มีจุดและขีดสีดำทั่วๆ ไป เมื่อไข่ฟักออกเป็นตัวครบรัง รวมทั้งขนลูกๆแห้ง ดีแล้ว แม่จะพาเดินไปหาอาหาร โดยที่แม่จะใช้ตีนคุ้ยเขี่ยแล้วใช้ปากจิกลงไปในดิน พร้อมกับ ส่งเสียงเรียกลูกๆ ให้จิกอาหารกิน เมื่อมีภัยก็จะส่งเสียงให้ลูกๆวิ่งหลบตามกอหญ้า ตัวแม่เอง จะบินหนีไปให้ไกลแล้วหลบซ่อนตัวอยู่

เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงจะบินมาที่เดิม ส่งเสียง ให้ลูกๆออกจากที่ซ่อน ในขณะที่ลูกๆหลบซ่อนตัวอยู่นั้น จะอยู่นิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ และเนื่องจากสีสันกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมมาก จึงมักจะมองไม่ค่อยเห็น ลูกๆ จะตามแม่ออกหากินและทำกิจกรรมต่างๆ จนกระทั่งแข็งแรงและโตเกือบเท่าแม่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จากนั้นก็จะแยกจากแม่ออกมาหากินตามลำพัง ลูกนกอายุ 1 ปี จะเป็นตัวเต็มวัยพอที่จะผสมพันธุ์ และให้กำเนิดลูกได้

สถานภาพของนกกระทาทุ่ง

นกกระทาทุ่ง เป็นนกประจำถิ่นของไทย พบทั่วทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ พบได้บ่อยและปริมาณปานกลาง มีสถานภาพทางกฎหมาย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

ที่มา : กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า, สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.

รายละเอียดเพิ่มเติม