กระโดนน้ำ, จิกนา, จิกน้ำ* ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อสามัญ ลักษณะ ใช้ประโยชน์? สรรพคุณ

ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ"กระโดนน้ำ"

กระโดนน้ำ คืออะไร?

กระโดนน้ำ คือพืชชนิดหนึ่งในพรรณไม้ป่ายืนต้นของไทย ซึ่งเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ (Eudicots) ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในประเทศไทย กระโดนน้ำเป็นพืชที่มีท่อลำเลียง (Vascular plants) ซึ่งอยู่ในหมวดพืชมีเมล็ด (Spermatophytes) โดยอยู่ในกลุ่มพืชดอก (Flowering plants) หรือ Angiosperms ซึ่งเป็นกลุ่มของพืชที่มีดอก มีรังไข่ และมีส่วนที่เรียกว่าออวุล (Ovule) เมื่อเกิดการปฏิสนธิ ออวุลจะเจริญไปเป็นเมล็ด และรังไข่ก็จะเจริญไปเป็นผล (Fruit) เพื่อห่อหุ้มเมล็ดนั้นไว้สำหรับการขยายพันธุ์พืชด้วยเมล็ดพันธุ์ต่อไป

ชื่อวิทยาศาสตร์?

กระโดนน้ำ ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Barringtonia acutangula (L.) Gaertn. เป็นพันธุ์พืชในสกุล Barringtonia ซึ่งอยู่ในวงศ์จิก (Lecythidaceae) โดยพืชวงศ์นี้อยู่ในอันดับ Ericales.

กระโดนน้ำ จิกน้ำ จิกนา ชื่อวิทยาศาสตร์ Barringtonia acutangula

กระโดนน้ำ จิกน้ำ จิกนา; ภาพโดย BKF-Forest Herbarium.

ชื่อพรรณไม้ของไม้ป่ายืนต้นชนิดนี้ มีชื่อไทยเป็นชื่อทางการว่า จิกน้ำ (chik nam) ซึ่งอ้างอิงตามหนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน์ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2557)

นอกจากชื่อนี้แล้ว ยังมีชื่ออื่นที่เรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น อีกหลายชื่อ เช่น จิก จิกนา จิกน้ำ (ภาคกลาง, ภาคใต้, นครราชสีมา), กระโดนสร้อย (พิษณุโลก), ตอง ปุยสาย (ภาคเหนือ), ลำไพ่ (อุตรดิตถ์), กระโดน กระโดนน้ำ กระโดนทาม กระโดนทุ่ง (อีสาน), ดัมเรียง เดิมเรียง (เขมร- อ.ท่าตูม สุรินทร์), กระโต๊ะ (ส่วย-อ.ท่าตูม สุรินทร์) เป็นต้น และมีชื่อสามัญ ภาษาอังกฤษ ว่า Indian oak, Itchy tree.

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์?

กระโดนน้ำ มีลักษณะเป็น ไม้พุ่มหรือไม้ต้น สูง 5-15 ม. เปลือกเรียบ-แตกเป็นร่องตื่นตามยาว สีน้ำตาลอ่อน เปลือกชั้นในมีเส้นใยเหนียว ตามยอด ใบ และช่อดอกเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงเวียนเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง รูปหอกกลับ-ไข่กลับ ยาว 9-20 ซม. ปลายใบมน-แหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยถี่ โคนใบสอบ เส้นแขนงใบมีข้างละ 7-10 เส้น ก้านใบบวมหนา สีแดง อมม่วง ยาว 0.5-1 ซม. ใบแก่ก่อนร่วงสีส้ม-แดง

ดอกกระโดนน้ำ

ช่อดอกแบบกระจะ ห้อยลง ยาว 20-60 ชม. ออกที่ปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 1 ซม. กลีบเลี้ยงสีเขียว 4 กลีบ ยาว 2-4 มม. กลีบดอกสีแดง 4 กลีบ รูปไข่กลับ ยาว 1 ชม. บาน ม้วนกลับ มีกลิ่นหอมเอียน เกสรเพศผู้สีแดง มีจำนวนมาก ยาว 1.5-2.5 ซม.

ผลรูปรีแกมขอบขนาน ยาว 3-5 ชม. มีสันคมตามแนวยาว 4 สัน ผิวเกลี้ยง ปลายผลมีกลีบเลี้ยงติดคงทน มีเมล็ดแข็ง 1 เมล็ด

กระโดนน้ำ มีลักษณะคล้าย กระโดน/กระโดนบก (Careya arborea) ที่มักจะขึ้นตามพื้นที่ตอนหรือที่ แห้งแล้งกว่า ดอกกระโดนบกจะมีสีขาวอมเขียว กลีบดอกยาว 4-6 ซม. เป็นช่อดอกสั้นและตั้งขึ้นอยู่ตามปลายกิ่ง ช่อดอกยาว 5-7 ซม. ผลรูปทรงกลม กว้าง 5 ชม. ไม่มีสัน/เหลี่ยม

ออกดอกช่วงเดือนไหน?

กระโดนน้ำ ออกดอกช่วง เดือนพฤศจิกายน-กรกฎาคม ผลแก่เดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม

การกระจายพันธุ์และถิ่นอาศัย?

กระโดนน้ำ เป็นไม้ป่ายืนต้นที่มีการกระจายพันธุ์ พบในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตอน เหนือของทวีปออสเตรเลีย

สำหรับในประเทศไทย พบได้ง่ายทั่วประเทศ พบขึ้นตามที่โล่งแจ้ง ริมน้ำ ชายป่า หรือตามทุ่งนาในเขตที่ราบน้ำท่วมถึง พบมากในป่าบุ่งป่าทาม เป็นไม้เบิกนำที่สำคัญของป่าบุ่งป่าทามเมื่อป่าถูกทำลาย ขึ้นที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 500 ม.

การใช้ประโยชน์และสรรพคุณ?

การใช้ประโยชน์จากกระโดนน้ำ

ใช้เป็นอาหาร

ยอดอ่อนและช่อดอกอ่อน รสมันอมฝาดเล็กน้อย กินเป็นผักสด จิ้มน้ำพริกป่น แกล้มกับลาบ ก้อย ปิ้งปลา

ใช้เป็นสมุนไพร

  • เปลือก ทุบแช่น้ำ แล้วแช่เท้าลงไป รักษาโรคหอกินเท้า (โรคเท้าเปื่อย น้ำกัดเท้า)
  • เปลือก เคี้ยวแล้วกลืนกินแก้ท้องเสีย
  • เปลือก ทุบแล้วเอาไปกวนในน้ำ ใช้เบื่อปลา

ใช้เป็นเชื้อเพลิง

  • ไม้ทำฟืนหรือเผาถ่าน

ก่อสร้างหรือเครื่องมือ

  • เนื้อไม้ แปรรูปทำไม้กระดานหรือฝา ใช้ก่อสร้าง หรือทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ผุง่ายไม่ทนทาน
  • แก่น ใช้ทำด้าม ปืนแก๊บ
  • เนื้อไม้ นำมาผ่าเป็นแผ่น ทําเป็นตีนกระติบข้าว

วัสดุ

  • เปลือก ทุบแล้วแช่น้ำให้สีม่วงอมดำ ใช้ย้อมแห ทําให้แหแข็งแรง ทนทาน
  • เปลือกหนามีเส้นใยเหนียว ลอกออกมาเป็นแผ่นขนาดใหญ่ แล้วทุบให้นิ่มทำเป็นแผ่นรองนั่งติดบนหลังสัตว์พาหนะ หรือรองใต้แหย่ง หลังช้าง (เหมือนกระโดนบก)

ด้านอื่นๆ

  • ทั้งต้นใช้เป็นอาหารช้าง
  • ปลูกเป็นไม้ประดับ ตกแต่งสวน

ที่มา : มานพ ผู้พัฒน์, ปรีชา การะเกตุ, ขวัญใจ คำมงคล และศรัณย์ จิระกร. (2561). ป่าบุ่งป่าทาม ภาคอีสาน. สำนักงานหอพรรณไม้, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.

รายละเอียดเพิ่มเติม